สร้างสุขทุกชีวิตในอาคาร

ไม้อัดเฌอร่า

ประสบการณ์จากผู้ใช้

​ประสบการณ์ของมืออาชีพ 09

คุณศิริทิพย์ หาญทวีวงศา
​ที่ปรึกษาการออกแบบอาคารเขียว (Green Building Consultancy) Green Dwell Co.,Ltd.

Five Senses of GREEN Interior Experiences

อยู่สบายในอาคารเขียว

“สถาปัตยกรรมที่ดีกับสถาปัตยกรรมสีเขียวคือเรื่องเดียวกัน เพราะทั้งคู่ต่างนำไปสู่จุดมุ่งหมายเดียวกัน คือการลดผลกระทบที่ไม่ดีและสร้างสุขภาวะที่ดี การนำเทคโนโลยีอาคารเขียวมาใช้ควบคู่กับงานออกแบบ คือการทำให้ทุกขั้นตอนเป็นเรื่องที่พิสูจน์ได้”

ทุกวันนี้ สถาปัตยกรรมสีเขียว (Green Architecture) หรืออาคารสีเขียว (Green Building) กลายเป็นกระแสหลักของแวดวงออกแบบของบรรดาสถาปนิกและมัณฑนากร ที่ต่างก็ให้ความสนใจเพื่อเพิ่มทั้งคุณค่าและมูลค่าให้ผลงานออกแบบ อาจด้วยแรงบีบคั้นจากภายนอกเรื่องสภาวะโลกร้อน พลังงานและทรัพยากรจากธรรมชาติที่ลดลงอย่างน่าใจหาย หรือด้วยความชื่นชอบและจิตสำนึกของตัวคนออกแบบเอง ล้วนต้องอาศัยทั้งองค์ความรู้ความเข้าใจและความใส่ใจเป็นพิเศษ แต่ไม่ว่าด้วยเหตุผลใด การสร้างสรรค์สถาปัตยกรรมไม่ว่าจะเล็กขนาดบ้าน ตึกแถว หรือโครงการใหญ่แบบอาคารสูงเสียดฟ้า ด้วยหัวใจรักษ์โลกนั่นย่อมดีเสมอ

หากเอ่ยถึงความชื่นชอบและเชี่ยวชาญในด้านสถาปัตยกรรมเพื่อสิ่งแวดล้อมแล้ว อันดับต้นๆ ต้องมีชื่อคุณเงา-ศิริทิพย์ หาญทวีวงศา สถาปนิกรุ่นใหม่ผู้ก่อตั้ง Green Dwell บริษัทรับออกแบบเพื่อสิ่งแวดล้อมที่ใช้แนวคิดการผสมผสานการออกแบบกับเทคโนโลยีอาคารเข้าด้วยกัน โดยใช้กระบวนการ Green Research Integrated Design หรือ G.R.I.D. ซึ่งเป็นการออกแบบที่ขนานกับการสร้างแบบจำลอง (Simulation) ตรวจสอบผลกระทบของอาคารในทุกมิติการอยู่อาศัย เช่นการใช้พลังงาน ทิศทางแดด ลม ฝน หรือแม้แต่เพื่อนบ้านบริเวณโดยรอบ ในบริบทของพื้นที่นั้นๆ โดยเฉพาะ สลับควบคู่ไปกับการพัฒนาแบบตลอดกระบวนการจนจบงานก่อสร้าง อีกด้านหนึ่ง หลังจากสร้างชื่อในเรื่องการออกแบบบ้านที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม บริษัทได้เพิ่มบริการด้านที่ปรึกษาการออกแบบอาคารเขียว (Green Building Consultancy) และที่ปรึกษาของระบบประเมินอาคารเขียว (Green Building Rating System Consultancy) โดยใช้เกณฑ์ตาม USCBG’s LEED ของสหรัฐอเมริกา หรือของสถาบันอาคารเขียวไทย ที่เรียกว่า TREES

“คำจำกัดความอาคารเขียวแบบ Green Dwell คือ ‘อยู่เย็นเป็นสุข’ หมายความถึงผู้ใช้อาคารหรือผู้อยู่อาศัย (Building Occupant หรือ Dweller) ต้องอยู่สบายและลดผลกระทบที่ไม่ดีกับสิ่งแวดล้อมให้น้อยลง ไม่ว่าจะเป็นอาคารประเภทไหนก็ตาม ในอดีตนั้นสถาปนิกอาจมองการออกแบบกับเทคโนโลยีอาคารเขียวเป็นเรื่องที่เข้าใจยากและไกลกัน แต่หากมองในมุมของเราแล้ว สถาปัตยกรรมที่ดีกับสถาปัตยกรรมสีเขียวคือเรื่องเดียวกัน เพราะทั้งคู่ต่างนำไปสู่จุดมุ่งหมายเดียวกัน คือ การลดผลกระทบที่ไม่ดีและสร้างสุขภาวะที่ดี การนำเทคโนโลยีอาคารเขียวมาใช้ควบคู่กับงานออกแบบคือการทำให้ทุกขั้นตอนเป็นเรื่องที่พิสูจน์ได้ ยกระดับข้อมูลให้กระบวนการตัดสินใจและทิศทางในการพัฒนาแบบร่างชัดเจนมากขึ้น ทั้งต่อผู้ออกแบบและเจ้าของโครงการ”

ส่วนในการเป็นที่ปรึกษาด้านอาคารเขียวนั้น พื้นฐานคือการลดการสูญเสียของทรัพยากร พลังงาน และลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมตลอดวงจรชีวิตของอาคาร ภายใต้กรอบใหญ่ ได้แก่ พื้นที่ตั้ง ทรัพยากรน้ำ พลังงาน วัสดุ และเรื่องที่อาจจับต้องยากสักหน่อยในมุมมองของคนทั่วไป คือ คุณภาพของสภาวะแวดล้อมภายในอาคาร หรือ Indoor Environmental Quality: IEQ

“หัวข้อ IEQ นี้เกี่ยวข้องกับผู้ใช้อาคารโดยตรง เนื่องจากในวันหนึ่งๆ คนเราใช้เวลาในอาคารเยอะมาก คุณภาพสิ่งแวดล้อมในอาคารที่ไม่ดีเป็นสาเหตุของโรค Sick Building Syndrome ที่กำลังคุกคามการใช้ชีวิตแบบยุคปัจจุบัน หากจะอธิบายให้เข้าใจง่ายๆ Green Building จะให้ความสำคัญกับสุขภาวะที่ดีในทุกประสาทสัมผัส (Senses) ในแง่ของผู้อยู่อาศัย หรือการสร้างประสบการณ์ในพื้นที่ (Spatial Experience) ที่ดี ในแง่พื้นฐานการออกแบบของสถาปนิกและมัณฑนากร เช่น การได้เห็นแสงธรรมชาติ การได้มองทิวทัศน์ภายนอกอาคาร เป็นสภาวะสบายที่มนุษย์รับรู้ด้วยประสาทตา ส่วนความน่าสบายของอากาศ เช่น อุณหภูมิ ความชื้นในอากาศ และลมผ่าน เป็นการรับรู้ด้านการสัมผัส ความเงียบหรือมีเสียงบ้างในห้องแต่ละประเภท เป็นการรับรู้เรื่องเสียง หรือเรื่องประสาทสัมผัสทางการหายใจ แม้จะเป็นเรื่องที่ตรวจสอบยากที่สุด แต่มีผลมากที่สุดต่อสุขภาวะของมนุษย์ เช่น สารพิษจากเชิ้อรา ยาฆ่าแมลง หรือสารระเหยที่เป็นอันตราย (VOC) ที่แอบแฝงมากับวัสดุต่างๆ ที่ใช้ในการตกแต่งภายในอาคาร เช่น กาว ซิลิโคน ยาแนว สี พรม กาวประสานในไม้ประกอบ ล้วนทำให้ผู้ใช้อาคารเจ็บป่วยได้ทั้งสิ้น”

ในบทบาทที่ปรึกษาด้านอาคารเขียว คุณเงายกตัวอย่างโปรเจ็กต์ล่าสุด คือ โชว์รูมโตโยต้าดีลักซ์ (Toyota Deluxe) สาขาวารินชำราบ อุบลราชธานี ซึ่งประกอบด้วย 3 ส่วนหลัก ได้แก่โชว์รูม อาคารสำนักงานและบริการลูกค้า และส่วนซ่อมบำรุง ที่พิเศษไปกว่านั้นคือมีส่วนพักอาศัยของเจ้าของอยู่บนชั้น 2 และชั้น 3 เป็นพื้นที่อเนกประสงค์ โครงการนี้มีเป้าหมายผ่านการประเมินของสถาบันอาคารเขียวไทย TREES-NC ในระดับสูงสุด ได้แก่ แพลตินั่ม โดยเน้นในสองหัวข้อหลักคือเรื่องพลังงานและคุณภาพของสภาวะแวดล้อมภายในอาคาร ด้านพลังงาน คุณเงาใช้การจำลองการใช้พลังงานในโครงการส่วนต่างๆ ที่การใช้งานแตกต่างกัน เพื่อให้ได้คะแนนด้านพลังงานให้มากที่สุด เน้นด้านทิศทางตำแหน่งช่องเปิด การเลือกประเภทวัสดุ เช่น กระจก อิฐ ที่ลดการส่งผ่านความร้อนเข้ามาในตัวอาคาร รวมไปถึงแลนด์สเคปการวางตำแหน่งของต้นไม้และพันธุ์ไม้ เพื่อลดพื้นที่ดาดแข็งที่สะสมความร้อน และการประหยัดไฟฟ้าแสงสว่างในอาคารซ่อมบำรุง

“ส่วนเรื่องคุณภาพของสภาวะแวดล้อมภายในอาคาร ทางเจ้าของโครงการได้ให้ความสำคัญเป็นอย่างยิ่ง และเลือกทำคะแนนข้อที่เกี่ยวกับสารพิษในอาคารทั้งหมดและในทุกๆ ส่วนการใช้งาน ทั้งสถาปนิก มัณฑนากร และผู้รับเหมา จึงต้องทำงานร่วมกันในการเลือกใช้วัสดุที่มีสารระเหยต่ำ (Low-VOC) ตั้งแต่สี กาว หรือแม้กระทั่งการเลือกวัสดุกลุ่มไม้ประกอบที่เป็นวัสดุหลักในงานอินทีเรียร์ ก็ต้องได้หลักฐานรับรองจากผู้ผลิตเพื่อให้ได้วัสดุที่ไม่มีสารยูเรียฟอร์มัลดีไฮด์ (Urea-Formaldehyde) ในกาวประกอบ”

จะเห็นได้ว่า หากเจ้าของโครงการและผู้ออกแบบเองให้ความสำคัญและความเข้าใจ ส่วนผลิตภัณฑ์หรือวัสดุมีการตอบรับกระแสอาคารเขียวและมีให้เลือกมากขึ้นในท้องตลาด งานออกแบบอาคารเขียวก็จะไม่ใช่เรื่องยากลำบากอีกต่อไป เนื่องจากผู้ออกแบบเองก็ไม่จำเป็นต้องลดทอนงานออกแบบของตัวเอง เพื่อตอบรับเกณฑ์ข้อกำหนดอาคารเขียว ส่วนเจ้าของโครงการก็สามารถประเมินและตัดสินใจกับความยากง่ายในการก่อสร้าง เวลา และงบประมาณของโครงการ ทั้งในการก่อสร้างและการใช้งานอาคารได้ดีขึ้น

นวัตกรรมสีเขียว

SHERA ply in Media